บทความเรื่อง แม้ตาบอด
แต่สมองไม่บอด
คนพิการทางการมองเห็น หมายรวมถึง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
และเห็นเลือนราง คนที่มีความบกพร่องทางสายตา ปัญหาของคนกลุ่มนี้คือ การมองไม่เห็น
หรือมองเห็นเลือนราง ดังนั้นพวกเขาต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถทดแทนสายตาของเขาได้
เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตอยู่ อุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่สามารถพึ่งตัวเองได้ ได้แก่
นาฬิกาพูดได้ เครื่องคิดเลขพูดได้ เครื่องเบิกเงิน (ATM) พูดได้ เป็นต้น
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความ
บกพร่องทางการเห็น
เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นจะมีลักษณะแตกต่างไปจากเด็กบกพร่องประเภทอื่นๆ
เนื่องจากเด็กเหล่านี้ต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนคนปกติ แม้ว่าบางครั้งจะต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น
แต่งโดยสามัญสำนึกส่วนใหญ่แล้วต้องการช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด
พัฒนาการทางภาษาของเด็กช้ากว่าเด็กปกติเล็กน้อย แต่ทักษะภาษาไม่แตกต่างกัน
ความสามารถทางสติปัญญาเหมือนเด็กปกติ แต่การสร้างความคิดรวบยอดต่อสิ่งต่างๆ
ช้ากว่าทักษะการเคลื่อนไหวของเด็กจะเป็นไปด้วยความล่าช้า บางครั้งมีปัญหาจึงต้องฝึกให้รู้จักสิ่งแวดล้อมและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง
การปรับตัวของเด็กมีบ้างในกรณีที่สังคมมีเจตคติที่ไม่ถูกต้อง แต่โดยสภาพรวมเด็กสามารถอยู่ในสังคมเพื่อนๆ
เด็กปกติได้ดี
ดังนั้นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นจึงควรจัดดังนี้
1. หลักสูตรเนื่องจากเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีข้อจำกัดทางสายตา
จนไม่สามารถใช้สายตาที่เหลือยู่ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้ได้
ดังนั้นหลักสูตรสำหรับเด็กเหล่านี้จึงต้องปรับให้เหมาะสมกับเด็กโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเด็กตาบอด
อย่างไรก็ตามโดยสภาพรวมแล้วหลักสูตรควรใช้เหมือนกับเด็กปกติให้มากที่สุด
2. สิ่งที่จำเป็นการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีอยู่
4 ประการ
2.1 อักษรเบรลล์ (Braille) การสอนอักษรเบรลล์กับเด็กที่บกพร่องทางการเห็นนี้ใช้กับเด็กที่ตาบอดสนิท
หรือมีการเห็นหลงเหลืออยู่น้อยมากจนไม่สามารถใช้สายตาเรียนรู้ได้
2.2 การใช้การเห็นทีเหลืออยู่
ด้วยปัญหาจากการอ่านอักษรเบรลล์และด้วยความจริงที่ว่าผู้บกพร่องทางการเห็นส่วนมากยังมีการเห็นที่เหลืออยู่บ้างที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้
ผู้บกพร่องทางการเห็นในปัจจุบันจึงได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้อ่านด้วยสายตาให้มากที่สุด
เนื่องจากปัจจุบันความก้าวหน้าทางการพิมพ์สามารถปรับขยายให้ตัวอักษรมีขนาดเท่าใดก็ได้ที่เหมาะสมกับระดับการเห็นของเด็ก
ประกอบกับสามารถใช้แว่นขยายหรือจอภาพโทรทัศน์
หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฉายขยายตัวอักษรให้ตัวโตได้หลายเท่าของตัวพิมพ์ปกติ
2.3 การฝึกทักษะการฟัง
(Listening Skills) ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีสูง
ทำให้ทักษะการฟังของคนบกพร่องทางการเห็นมีมากขึ้นด้วย
การใช้ทักษะการฟังมีความสะดวกและรวมเร็วกว่าการใช้อักษรเบรลล์เป้นอย่างมาก
ซึ่งปัจจุบันผู้บกพร่องทางการเห็นเป็นจำนวนมากจึงนิยมใช้การฟังมากขึ้น ฟังจากเทป
หรือเครื่องที่บันทึกเสียงคอมพิวเตอร์ มากขึ้นเป็นลำดับ อย่างก็ตามการใช้การฟังมากเกินไปจะทำให้มีข้อเสียคือ
เด็กที่พอมองเห็นเหลืออยู่บ้างไม่พยายามใช้สายตาที่เหลืออยู่ของตน
ประการต่อมาการบันทึกเสียงไม่สามารถบันทึกสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมด
2.4 การฝึกการเคลื่อนไหว
(Mobility Traning) ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อผู้บกพร่องทางการเห็นอย่างมาก
เพราะจะต้องใช้ในการเดินทางและเคลื่อนไหวด้วยตนเองไปในที่ต่างๆ โดยอิสระการเคลื่อนไหวจำเป็นต้องฝึกคือการทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเคลื่อนไหว
การทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ว่ามีอะไร
อยู่ที่ไหน จะใช้ประโยชน์อย่างไร หรือกล่าวง่ายๆ
ก็คือให้รู้ตัวเองว่ามีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในลักษณะใดบ้าง
ส่วนการเคลื่อนไหวเป็นการสอนให้เด็กสามารถเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ต่างๆ
ได้อย่างปลอดภัย การเคลื่อนไหวสามารถใช้คนนำทาง ใช้สุนัขนำทาง ใช้ไม้เท้า และใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์
เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการทางการมองเห็น
ในต่างประเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาพิการมีมากมาย
และผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนตาพิการโดยเฉพาะ
ในที่นี้จะขออธิบายถึงอุปกรณ์บางอย่าง ทีจำเป็นสำหรับคนพิการ ในเมืองไทยที่จะได้ใช้ประโยชน์
ทั้งนี้ก็ต้องพึ่งความรู้ ความสามารถของบรรดานักวิจัยไทยที่จะหันมาพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนี้
เพื่อคนพิการเหล่านี้บ้าง
- โน้ตบุ้คคนตาบอด เป็นอุปกรณ์ที่คนตาบอด
สามารถพกพาไปไหนมาไหน เพื่อทำงานนอกสถานที่ได้ เช่นเดียวกับโน้ตบุ้คคนตาดี แต่มีลักษณะพิเศษ
คือ แป้นพิมพ์เป็นแป้นพิมพ์เบรลล์ และสามารถแปลงรหัสเบรลล์
เป็นอักษรธรรมดาได้ มีลักษณะพิเศษ คือ มีความสามารถอ่านออกเสียงได้
และมีฟังก์ชันการทำงานเหมือน เครื่องบันทึกส่วนบุคคล สามารถบันทึกการพิมพ์ได้
เหมือนตัวประมวลคำสามารถสั่งพิมพ์ข้อความได้
- เครื่องรู้จำอักขระด้วยแสง เครื่องนี้มีความสามารถในการอ่านอักขระ
และกราฟฟิกของสิ่งพิมพ์ โดยสามารถแปลงข้อมูลที่ป้อนเข้า เป็นข้อมูล ได้ 3 อย่างคือ
-
ไฟล์คอมพิวเตอร์
ผู้ใช้สามารถเก็บบันทึกได้ และอ่านได้ด้วยเครื่องอ่านอักขระ
-
เสียงพูด
ผู้ใช้สามารถรับรู้สิ่งพิมพ์ที่ผ่านเครื่องนี้เป็นเสียงพูดได้ในเวลานั้นๆ
-
อักษรเบรลล์
ผู้ใช้สามารถต่ออุปกรณ์นี้กับอุปกรณ์อ่านอักษรเบรลล์และสามารถอ่านได้ในเวลานั้น
ความก้าวหน้าอีกประการหนึ่งของเครื่องมือนี้
คือการต่อเข้ากับเครื่องอ่านหนังสือที่สามารถบอกรูปแบบ หน้า ลักษณะรูปภาพ
ของหนังสือไปแต่ละหน้าเหมือนกับได้มองเห็นหนังสือจริงๆ ได้
- โปรแกรมอ่านหน้าจอ โปรแกรมนี้เป็นซอฟต์แวร์
ที่สามารถแปลงไฟล์คอมพิวเตอร์ ให้เป็นเสียงสังเคราะห์ เพื่ออ่านข้อความ
ที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยให้คนตาบอด ใช้คอมพิวเตอร์ได้เหมือนคนปกติทุกอย่าง
เพราะทราบว่า จะทำงานที่โปรแกรมไหน และเลือกฟังก์ชัน
ได้ตามเสียงสังเคราะห์ที่ได้ยิน
ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ได้ทั้งแมคอินทอช วินโดวส์ 3.1 และ วินโดวส์ 95
ได้แล้ว
- Descriptve
Video Service หรือการบริการบรรยายภาพในการดูวิดีทัศน์ โดยไม่รบกวนเสียงในภาพยนต์ การบริการเช่นนี้
จะช่วยให้คนตาบอดสามารถรับรู้ภาพแวดล้อมในภาพยนต์ด้วยการบรรยายภาพประกอบ
ทำให้ได้รสชาติเช่นเดียวกับตามองเห็น
- Telephone
Communication Devices (TDD) อุปกรณ์การสื่อสารทางโทรศัพท์ สามารถต่อเข้ากับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ทั้งธรรมดาและแป้นอักษรเบรลล์
และสามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งอักษรเบรลล์และภาษามือได้ อุปกรณ์นี้ยังสามารถช่วยให้คนหูหนวกและคนตาบอดติดต่อสื่อสารกันได้
- โทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television- CCTV) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถมองเห็นภาพหรือตัวอักษร
โดยการขยายสิ่งพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้น ปัจจุบัน CCTV เพิ่มคุณสมบัติใหม่คือมี optional
keypads ที่สามารถ display เวลา วันที่
และรายการโทรศัพท์ได้
ทุกวันนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (ICT) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกรวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ
ให้แก่คนในสังคมเป็นอย่างมากซึ่งก็รวมถึงการสร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้แก่คนตาบอดด้วยเช่นกัน
เช่น การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตหนังสือ
อักษรเบรลล์ การประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์นำทาง
รวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้คน ตาบอดสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ประการหลังนี้
ได้ช่วยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ การติดต่อสื่อสาร การประกอบอาชีพ และการพัก
ผ่อนหย่อนใจของคนตาบอดให้กว้างไกลในลักษณะที่เท่าเทียมและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับบุคคลทั่วไป
คนตาบอดใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร
เมื่อกล่าวถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะโดยผู้ใดก็ตาม
นั่นหมายถึงการทำงานกับคอมพิวเตอร์ใน 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1. การอ่าน หรือการรับรู้ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ หรือปรากฏบนอุปกรณ์ต่อเชื่อมอื่นๆ
2. ป้อนคำสั่งหรือข้อมูลเข้าเครื่องโดยผ่านทางแป้นพิมพ์หรือ
Pointing Device เช่น Mouse แม้การมองไม่เห็นตำแหน่งต่างๆ
บนหน้าจอจะทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ Pointing Device แต่คนตาบอดก็สามารถใช้การป้อนข้อมูลหรือคำสั่งผ่านทางแป้นพิมพ์ได้
โดยจะใช้การพิมพ์แบบสัมผัส
(การจดจำตำแหน่งของแป้น พิมพ์) สำหรับแป้นพิมพ์ที่ใช้ก็เป็นแป้นพิมพ์ปกติของคอมพิวเตอร์
โดยไม่ต้องมีการออกแบบเพิ่มเติมหรือปรับปรุงให้มีลักษณะเฉพาะแต่อย่างใด แต่ปัญหาสำคัญมักอยู่ที่การอ่านหรือการรับรู้ข้อมูลที่เครื่องแสดงผ่านหน้าจอ
อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวนี้ได้รับการแก้ไขในสามแนวทางหลักๆ ได้แก่
2.1
การใช้ Software ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์แสดงผลเป็นเสียงพูดโดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโปรแกรมอ่านจอภาพ
Screen Reader Software ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับตาของมนุษย์ในการตรวจจับข้อมูลที่เครื่องแสดงออกมาที่หน้าจอ
แล้วเชื่อมต่อไปยัง Speech Software ซึ่งทำหน้าที่เหมือนอวัยวะในระบบการเปล่งเสียง
คนตาบอดก็จะรับทราบข้อมูลได้จากการได้ยินแทนการอ่านหน้าจอ ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนา Screen
Reader Software ให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นในการวิเคราะห์รูปแบบการอ่านให้เหมาะสมและสอดคล้องกับประเภทของข้อมูลและรูปแบบของการนำเสนอ
เช่น การอ่านข้อมูลในลักษณะที่นำเสนอในรูปแบบของตาราง ในขณะที่ Speech
Software ก็ได้รับการพัฒนาให้สามารถเปล่งเสียงชัดเจน และถูกต้องมากขึ้นเช่นกัน
2.2 การใช้อุปกรณ์และ Software แสดงผลเป็นอักษรเบรลล์โดยประกอบด้วย Braille translator Software ซึ่งทำหน้าที่แปลงรหัสข้อมูลจากอักษรตัวพิมพ์เป็นรหัสอักษรเบรลล์แล้วส่งไปแสดงผลที่เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์
(Refreshable Braille Display) ทำให้คนตาบอดรับรู้ข้อมูลได้จากการ
อ่านอักษรเบรลล์แทนการอ่านจากหน้าจอ
2.3 การใช้ Software
ขยายจอภาพ Screen Magnification Software โดยจะช่วยขยายตัวอักษรตลอดจนรูปภาพและสัญลักษณ์ต่างๆ
ที่ปรากฏบนหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นตามขนาดที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งมีฟังชั่นก์ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับสีของพื้นผิวหน้าจอ
ตลอดจนสีของตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ
ให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้คนตาบอดกลุ่มที่เป็นผู้มีสายตาเลือนรางสามารถอ่านข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้โดยสะดวก
ตาทิพย์โปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์พูดภาษาไทย
โปรแกรมตาทิพย์เป็นโปรแกรมสังเคราะห์เสียงภาษา
ไทย (Thai
text to Speech) โดยเมื่อใช้โปรแกรมดังกล่าวร่วมกับโปรแกรมอ่านจอ
ภาพของต่างประเทศ (Screen Reader Software) จะทำให้คอมพิวเตอร์แสดงผล
ทุกอย่างบนหน้าจอเป็นเสียงพูดภาษาไทยควบคู่กันไปด้วย โปรแกรมดังกล่าวนี้นอก
จากจะช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองได้อย่างสะดวก และได้
รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปแล้ว ยังจะ
ช่วยเอื้อประโยชน์ในด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ให้แก่ผู้ที่มีปัญหาด้านการอ่าน เช่น ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟาง และ อื่น ๆ
ทั่วประเทศจำนวนกว่า 6 ล้านคน
โปรแกรมตาทิพย์
เป็นผลงานวิจัยของ นายพุฒิพันธุ์ พลยานันท์ นักวิจัย และพัฒนา Software อดีตแชมป์เหรียญเงินคอมพิวเตอร์ โอลิมปิก ปี 2540 ณ
ประเทศแอฟริกาใต้ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกอง ทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด
มูลนิธิราช สุดา
กองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด มูลนิธิ ราชสุดาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 จากการที่ บริษัท ทีโอที. คอร์ปอเร ชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทูลเกล้าถวายเงินจำนวน 20 ล้านบาทแด่สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการ วิจัยและพัฒนา Hardware และ Software ตลอดจนจัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ในด้าน ต่าง ๆเพื่อให้คนตาบอดไทยสามารถใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศทั้งเพื่อการศึกษาหาความรู้ การประกอบอาชีพ การติดต่อสื่อสาร และ การพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป โปรแกรมตา ทิพย์นับเป็นผลงานวิจัยในลำดับแรกภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯ กองทุนฯ ยัง มีแผนที่จะให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมแปลง อักษรเบรลล์เป็นอักษรตัวพิมพ์ปกติ (Thai Braille Translation Software) โปรแกรมอ่านจอภาพภาษา ไทย (Thai Screen Reader Software) โปรแกรม Thai OCR โปรแกรมผลิต หนังสือ Multimedia และอื่น ๆ
กองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด มูลนิธิ ราชสุดาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 จากการที่ บริษัท ทีโอที. คอร์ปอเร ชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทูลเกล้าถวายเงินจำนวน 20 ล้านบาทแด่สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการ วิจัยและพัฒนา Hardware และ Software ตลอดจนจัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ในด้าน ต่าง ๆเพื่อให้คนตาบอดไทยสามารถใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศทั้งเพื่อการศึกษาหาความรู้ การประกอบอาชีพ การติดต่อสื่อสาร และ การพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป โปรแกรมตา ทิพย์นับเป็นผลงานวิจัยในลำดับแรกภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯ กองทุนฯ ยัง มีแผนที่จะให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมแปลง อักษรเบรลล์เป็นอักษรตัวพิมพ์ปกติ (Thai Braille Translation Software) โปรแกรมอ่านจอภาพภาษา ไทย (Thai Screen Reader Software) โปรแกรม Thai OCR โปรแกรมผลิต หนังสือ Multimedia และอื่น ๆ
การเปิดโลกคนพิการเข้าสู่สังคมสารสนเทศนี้ เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐบาล
และสังคม ที่จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มพิเศษนี้ ซึ่งด้วยลำพังตัวพวกเขาเองนั้น
พวกเขาไม่สามารถที่ก้าวไปด้วยตัวเองได้ ถ้าขาดปัจจัยทั้งทางด้านการเงิน
ความรู้ในวิธีการในการพัฒนาเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่จะสื่อสารกับโลกว้างได้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องการแสดง ให้เห็นว่าถ้ารัฐบาล
หรือหน่วยงานใดเห็นความจำเป็นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับจะมากมายมหาศาลด้วยจำนวนคนพิการในประเทศเรามีกว่า
1% ของประชาชนทั้งหมด ถ้าเราสามารถจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้ได้
ก็จะทำให้พวกเขามีความรู้ มีสิทธิ มีการศึกษาทัดเทียมกับคนดีๆ
แล้วเราอาจจะได้คนที่มีคุณภาพมารับใช้สังคมได้เป็นจำนวนมาก












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น